แซม อัลลาไดซ์ (อีกแล้ว)

ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาเร็วเหมือนกับ สำหรับ สลาเวน บีลิช แม้ว่าเกมล่าสุดจะเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการคุมทีมต่อไป ต้องโดนเด้งไป จากข่าวที่ออกมากระแสเทไปทาง แซม อัลลาไดซ์ ที่บอกเลยว่าคนนี้เค้าคือตัวเต็ง มาตลอดเวลาเกิดสถานการณ์ที่ทีมกำลังสุ่มเสี่ยงจะตกชั้นขึ้นมา นึกถึงเค้าได้ จัดให้เลย

ผู้เชี่ยวชาญการหนีตกชั้น

แม้จะเป็นวลีที่เจ้าตัวคงไม่อยากได้ยินเท่าไร แต่คำว่า “ผู้เชี่ยวชาญการหนีตกชั้น” คงเหมาะกับเค้ามากที่สุดในเวลานี้ เวลาทีมไหนเกิดวิกฤติเค้ามักจะเข้าไปช่วยเสมอ บิ๊กแซม มักจะมีทีเด็ดในการปลุกกระตุ้นลูกทีมให้ฮึดสู้ตั้งแต่เกมแรกเลย เพื่อเก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง 1 แต้มบ้าง 3 แต้มบ้างแล้วแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น พอเก็บแต้มได้ตามเป้าก็จะรอดตกชั้นพอดี ไหนจะเป็นการควบคุมบรรยากาศในทีมไม่ให้เสียไป จนทำให้ทีมเล่นแย่ อันนี้เค้าเก่งจริงทั้งแท็คติคและจิตวิทยาปลุกลูกทีม

เน้นผลการแข่งขัน แบบได้ผล

แม้ว่าจะน่าเบื่อแต่ชั่วโมงนี้ การดึงบิ๊กแซม เข้ามาบอร์ดบริหารคงมองเห็นแล้วว่า ตอนนี้เค้าต้องละทิ้งสไตล์การเล่น เอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ไปให้หมดก่อน สิ่งที่เค้าต้องการตอนนี้คือการเล่นเพื่อเน้นผลการแข่งขันให้ได้ตามต้องการ ซึ่งบิ๊กแซมจัดให้ได้ เชื่อเหอะว่าแฟนบอลเวสต์บรอมวิช คงจะรู้สึกเบื่อกับวิธีการเล่นแต่ถ้าทำให้ทีมอยู่รอดได้มันโอเคนะ อีกอย่างถ้าบอร์ดคิดช้าทำช้า บิ๊กแซม อาจจะโดนดึงไปทางอื่นก่อนทีนี้ละงานข้าวของจริง

ไม่ซีเรียสเรื่องโดนปลด

ด้วยเอกลักษณ์การหนีตกชั้น นั่นทำให้ บิ๊กแซม มักจะเป็นเพียงแค่ฮีโร่ ที่เข้ามากู้วิกฤติช่วงสั้นๆเท่านั้นเอง หลายครั้งพอทีมรอดปลอดภัย บอร์ดก็จะให้โบนัสแล้วก็แยกทางกันไป ซึ่งตรงนี้ บิ๊กแซม แม้จะมีบ่นออกสื่อบ้าง แต่เค้าก็รับได้กับบทบาทฮีโร่ขี่ม้าขาวในสถานการณ์คับขัน ทำให้บอร์ดไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเท่าไรนัก แตกต่างจากคนอื่นที่เสียค่าโบนัสการอยู่รอดแล้วยังต้องมาเสียค่าชดเชยอีก ไม่คุ้มเท่าไร